ตอนที่ 413 : เนื้อ…


ในเวลาเดียวกับที่เด็กหนุ่มบดขยี้แผ่นหยก…

ที่ห่างออกไปไม่ไกลนักในเทือกเขาเดียวกันนั้น มีสองยอดเขาที่ดูเหมือนต้องการจะแทงทะลุให้สูงที่สุดจนขึ้นไปถึงหมู่เมฆ พวกมันมีรูปร่างเหมือนหอคอยที่สูงตะหง่านขึ้นไปจากพื้นดิน มองออกไปได้ทั่วทุกทิศทาง ดูเหมือนเป็นสองนักรบเวทอันแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้จิตใจทุกคนสั่นสะท้าน

ทุกวันในยามเที่ยง เมื่อดวงตะวันสาดแสงร้อนแรง สองยอดเขานี้ก็จะเปล่งประกายแสงสีเงินออกมา เป็นแสงที่สามารถแยกสวรรค์และปฐพีออกจากกันได้ มันหมุนวนเป็นวงกลมไปรอบๆ บริเวณนั้น ทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นอันทรงพลังกระจายออกไป

นี่ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นบ้านของเผ่าอูปิง! (อีกานักรบ)

บนยอดเขาที่สองของเผ่าอูปิง มีหน้าผาหินปูนซึ่งนั่งไว้ด้วยชาวเผ่าอูปิงเจ็ดถึงแปดคน ทั้งหมดยิ้มด้วยความเคารพนับถือ ที่กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางพวกมันเป็นบุรุษวัยกลางคน ซึ่งกำลังพูดจาอย่างมีความสุข และหัวเราะอย่างชอบใจกับคนในเผ่าที่อยู่รอบๆ

มันสวมใส่ชุดดำ และเห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดา ดวงตาสุกใสราวกับดวงดาว และถ้ามองเข้าไปในดวงตาให้นานกว่านี้ ก็จะสัมผัสได้ถึงความเฉียบแหลม ทั้งหมดนี้ทำให้มันเหมือนกับเป็นดวงตะวัน โดยที่ไม่ต้องพยายามใดๆ ก็ทำให้มันกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจทั้งมวล

“…และนั่นก็เป็นแค่คุณสมบัติขั้นพื้นฐานของเวทอาคมของซือหลง” บุรุษผู้นั้นกล่าวเสียงราบเรียบ “ถ้าพวกเจ้าต้องการจะให้เต๋าแห่งซือหลงของพวกเจ้าคงอยู่ตลอดกาล และปรารถนาความสำเร็จ มีแค่หนทางเดียวก็คือค้นหาคำตอบนั้นได้จากเลือดเนื้อและกระดูกของพวกเจ้าเอง นั่นจะเป็นสถานที่ ที่พวกเจ้าจะค้นพบเส้นทางที่ต้องเดินไป” รอยยิ้มปกคลุมไปทั่วใบหน้าของมัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีความเมตตาอยู่ในนั้น แต่มันก็กระจายบรรยากาศอันสูงส่งและเย่อหยิ่งออกมา ถ้ามองดูอย่างละเอียด ก็จะเห็นอารมณ์ทอดถอนหายใจอยู่ภายในนั้น

ผู้คนที่อยู่รอบๆ มันเป็นกลุ่มคนที่โดดเด่นมากที่สุดของเผ่า ทั้งหมดมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่สร้างแกนลมปราณ แต่ละคนมีสีหน้าครุ่นคิด

“กู่ต้าซือ, ท่านสมกับเป็นซือหลงระดับเจ็ดจริงๆ ถึงแม้ว่าพวกเราไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน หลังจากที่ครุ่นคิด ก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง!”

“นั่นก็ใช่แล้ว! กู่ต้าซือ ดูเหมือนว่าท่านได้ค้นพบวิถีทางแห่งการเป็นซือหลงของท่านอย่างแท้จริง ท่านต้องมีอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน ข้าคิดว่าในเผ่าทั้งห้าของอีกาศักดิ์สิทธิ์ การที่จะหาใครมาเทียบกับท่าน ในแง่ของวิชาลับซือหลง เป็นเรื่องที่ยากลำบากราวกับการค้นหาขนหงส์หรือเขากิเลนอย่างแท้จริง”

บุรุษวัยกลางคนที่มีท่าทางภาคภูมิใจ ซึ่งกำลังพูดคุยอย่างออกรสไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกู่ลา ซึ่งได้ขาดการติดต่อกับเมิ่งฮ่าว ตั้งแต่ช่วงการเคลื่อนย้ายทางไกลมายังอาณาเขตแห่งนี้ ในตอนนั้น เมิ่งฮ่าวได้ทำให้กู่ลาสลบไป ในช่วงที่เขากำลังประชุมพูดคุยกับผู้พิสดารขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งคนอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับห้าชนเผ่าของอีกาศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น กู่ลาจึงไม่รู้เรื่องเหล่านี้แม้แต่น้อย ทั้งหมดที่มันรู้ก็คือ เมื่อมันรู้สึกตัวตื่นขึ้น มันก็กลับมาอยู่ในทะเลทรายตะวันตกแล้ว

สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือ ไม่เห็นคนที่น่ากลัวเหมือนไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งทำให้มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวได้ตลอดทั้งตอนกลางวัน และเข้ามาอยู่ในฝันร้ายของมันในตอนกลางคืนอีกต่อไป ตอนแรก กู่ลาจ้องมองไปด้วยความตกตะลึง จากนั้นมันก็ค้นหาไปรอบๆ เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ อย่างไรก็ตาม มีเพียงสิ่งเดียวที่มันพบเห็นก็คือ ยักษ์เถื่อนที่สลบไม่ได้สติ

หลังจากที่ทำการค้นหาอีกรอบไปทั่วบริเวณนั้นก็ยังไม่พบเมิ่งฮ่าว ร่างของมันก็เริ่มสั่นสะท้าน และในที่สุด มันก็แหงนหน้าขึ้น ส่งเสียงกู่ร้องออกมา

มันได้คิดไปถึงความเจ็บปวดทรมานทั้งหมด ที่ต้องทนกล้ำกลืนจากอดีตที่ผ่านมา มันคิดไปถึงกี่ครั้งที่เลือดเนื้อของมันต้องถูกนำไปศึกษา ทั้งหมดนี้ทำให้น้ำตาไหลลงมาเป็นสายจากใบหน้าของกู่ลาขณะที่มันกู่ร้อง

นี่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ที่เห็นได้จากบนใบหน้าของคนที่มีชีวิตรอดมาจากหายนะอันยิ่งใหญ่ อย่างน่าแปลกใจ มันยังได้พบอีกว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ทักษะในวิชาซือหลงของมันได้เพิ่มขึ้น และตอนนี้มันก็อยู่ในระดับเจ็ด

ในความเชื่อของมัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันกล้ำกลืนฝืนทน ในที่สุดก็ทำให้สวรรค์เห็นใจ ส่งให้มโนธรรมไปปรากฎขึ้นยังคนที่ไม่ใช่มนุษย์ผู้นั้น ทำให้ตัดสินใจปล่อยมันไป ดังนั้นมันจึงออกไปจากเทือกเขาพร้อมกับยักษ์เถื่อน ในที่สุด มันก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ขณะที่มันกลายมาเป็นซือหลงที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเผ่าอูปิง

ขณะที่คนในเผ่าอูปิงที่อยู่รอบๆ พูดกันต่อไป กู่ลาก็หัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ และกำลังจะกล่าวอะไรขึ้นมา แต่จู่ๆ สีหน้ามันก็เปลี่ยนไป มันตบไปที่ถุงสมบัติหยิบเอาแผ่นหยกออกมา ทันทีที่มันปรากฎขึ้น เสียงแตกร้าวก็ได้ยินมา สายตาทุกคู่จ้องไปยังแผ่นหยก ขณะที่มันแตกออกเป็นชิ้นๆ

“โอ?” กู่ลากล่าว แสงอันเย็นชาสาดประกายอยู่ในดวงตา มันกล่าวต่อด้วยเสียงราบเรียบ “นั่นต้องเป็นหนึ่งในสามศิษย์ของข้า ดูเหมือนว่าหนึ่งในพวกมันกำลังมีปัญหาบางอย่างอยู่ที่ด้านนอก” มันโบกสะบัดมือ ทำให้ส่วนที่เหลือของแผ่นหยกกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ฝุ่นผงเริ่มเรืองแสงขึ้น จากนั้นก็กลายเป็นภาพที่มองเห็นได้อย่างเลือนลาง ภายในภาพนั้น มองเห็นต้าเหมากำลังพุ่งตรงมา กระจายท่าทางสง่างามของราชาสุนัขป่าออกมา

เมื่อได้เห็นภาพนี้ ดวงตาของคนในเผ่าอูปิงที่อยู่รอบๆ นั้นทั้งหมดเบิกกว้างขึ้นในทันที เช่นเดียวกับกู่ลา มันจ้องนิ่งไปยังต้าเหมา จากนั้นก็เริ่มหัวเราะเสียงดังออกมา

“ดูเหมือนว่าศิษย์อันดับสามของข้าช่างคิดจริงๆ มันเป็นคนที่โดดเด่นของเผ่าอูปิงอย่างแท้จริง มันได้ไปหาราชาสุนัขป่ามาให้ข้า ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ!” หัวเราะต่อไป จิตใจกู่ลาพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของกลุ่มคนเผ่าอูปิง

“ยินดีด้วย, กู่ต้าซือ! ดูเหมือนว่าท่านจะได้ครอบครองราชาสุนัขป่าปีศาจแล้ว!”

“แต่ราชาสุนัขป่าตัวนั้นก็ดูคล้ายกับเป็นสุนัขป่าชิงมู่ เป็นไปได้หรือไม่ว่า มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเผ่าอูต๋า?”

“ถึงแม้จะใช่, แล้วใครจะไปสนใจ? ถ้ากู่ต้าซือต้องการ แม้แต่มั่วจื่อจากเผ่าอูต๋าก็ไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากก้มศีรษะให้”

ท่ามกลางเสียงพูดคุยและหัวเราะรอบๆ ตัวมัน กู่ลาหัวเราะเสียงดังออกมา และยกศีรษะขึ้นไปด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

“ข้า, กู่ลา จะไม่นำสัตว์อสูรไปจากใครโดยไม่จ่ายค่าตอบแทน ใครก็ตามที่เป็นเจ้านายของราชาสุนัขป่าตัวนั้น ข้าจะจ่ายค่าชดเชยให้อย่างแน่นอน จริงๆ แล้ว ถ้ามันมีพรสวรรค์ที่เพียงพอ ข้าก็จะยอมรับคนผู้นั้นมาเป็นศิษย์” ด้วยเช่นนั้น กู่ลาก็โบกสะบัดแขนเสื้อ และพุ่งขึ้นไปในอากาศ

สีหน้าของคนในเผ่าอูปิงที่อยู่รอบๆ เต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใส ขณะที่พวกมันห้อมล้อมไปรอบๆ กู่ลา และบินไปพร้อมกับมันยังทิศทางที่ถูกบ่งชี้โดยแผ่นหยก คนทั้งหมดกลายเป็นลำแสงพุ่งจนหายลับตาไป

ในเวลาเดียวกันนั้น ย้อนกลับไปในผืนป่าอันแน่นหนาของภูเขา แม้ในขณะที่เมิ่งฮ่าวก้าวเดินตรงไป และสุนัขป่าสีขาวก็เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ เด็กหนุ่มจากเผ่าอูปิงได้บดขยี้แผ่นหยก และจากนั้นก็ฉีกเสื้อผ้าที่ด้านหน้าของมัน เผยให้เห็นก้อนศิลาสีดำที่ห้อยแขวนอยู่รอบคอของมัน มันจับก้อนศิลา กระชากและโยนออกไปที่เบื้องหน้า

“ปีศาจมังกรวารีจงออกมา!” เด็กหนุ่มร้อง ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ในเวลาเดียวกันนั้น มันก็กัดไปที่ปลายลิ้น พ่นโลหิตออกมา พร้อมกันนั้น ผู้ติดตามที่อยู่ข้างกายมันก็พ่นโลหิตออกมาด้วยเช่นกัน โลหิตจากคนทั้งสามถูกศิลาสีดำดูดกลืนเข้าไป จากนั้นก็ระเบิดออกกลายเป็นระลอกคลื่นกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ตามมาด้วยเสียงคำรามที่ทำให้สวรรค์สั่นสะเทือน

ภายในเสียงคำรามนั้น มังกรวารีปรากฎขึ้น มีความยาวหลายสิบจ้าง และการปรากฎตัวของมันก็ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ผืนป่าในภูเขาสั่นสะเทือน แรงกดดันอันมหาศาลม้วนตัวออกไป กดทับลงไปยังสิ่งทั้งหมด

มังกรตัวนี้ไม่ได้สมบูรณ์อย่างแท้จริง ร่างกายมันบางส่วนยังเน่าเปื่อย จริงๆ แล้ว ยังมองเห็นกระดูกได้ในบางส่วน กลิ่นเหม็นเน่ากระจายออกมา เต็มอยู่ในบริเวณนั้นขณะที่มันปรากฎขึ้น

“มังกรปีศาจ จงกำจัดพวกเหล่านี้!” ดวงตาเด็กหนุ่มกระจายความบ้าคลั่งออกมา มังกรวารีตัวนี้เป็นสัตว์ปีศาจช่วยชีวิตที่อาจารย์มันมอบให้ มันไม่ได้อยู่ที่ระดับหก แต่เป็นระดับเจ็ด มันมีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ และในสายตาของเด็กหนุ่ม เมื่อไหร่ที่มังกรวารีปีศาจตัวนี้ปรากฎขึ้น มันก็น่าจะจบการต่อสู้นี้ได้ก่อนที่อาจารย์ของมันจะมาถึง

“นั่นเป็น…ระดับเจ็ด!”

“มันมีสัตว์ปีศาจระดับเจ็ดอยู่จริงๆ! เป็นไปไม่ได้!!”

สีหน้าของกลุ่มคนเผ่าอูต๋าที่อยู่รอบๆ เปลี่ยนไปในทันที เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แม้แต่มั่วฟางแห่งเผ่าอูต๋า ก็ยังไม่มีสัตว์ปีศาจระดับเจ็ด สิ่งมีชีวิตเช่นนั้นยากที่จะควบคุมดูแล

“อาจารย์ของข้าก็คือกู่ลาต้าซือ สำหรับท่านไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้!” เด็กหนุ่มหัวเราะเสียงดัง ขณะที่มังกรวารีส่งเสียงคำราม และพุ่งตรงมายังต้าเหมา

เมิ่งฮ่าวเดินผ่านผืนป่า ใช้จิตสัมผัสสังเกตดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อได้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ สีหน้าแปลกๆ ก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า ทันทีที่สุนัขป่าผีดิบปรากฎขึ้น เมิ่งฮ่าวก็รู้สึกประหลาดใจที่สัตว์ปีศาจของกู่ลาทำไมถึงได้แตกต่างไปจากคนอื่นๆ

จากนั้นมังกรวารีก็ปรากฎขึ้น เมิ่งฮ่าวจดจำมันได้ในทันที อันที่จริง มันเป็นมังกรวารีที่เขาได้สังหาร และส่งมอบให้กับกู่ลาเพื่อเป็นอาหารของยักษ์เถื่อน

ในขณะที่เมิ่งฮ่าวใช้จิตสัมผัสกวาดผ่านพื้นที่บริเวณนั้น ต้าเหมาก็ส่งเสียงเห่าหอนออกมา ร่างของมันแวบขึ้น และกลายเป็นความเลือนลางสีขาว พุ่งตรงไปยังมังกรวารี ในเวลาเดียวกันนั้น สุนัขป่าชิงมู่ที่อยู่รอบๆ ก็พุ่งตรงไปยังฝูงสุนัขป่าผีดิบในทันที และการต่อสู้ที่ถึงแก่ความตายอันโหดร้ายก็ระเบิดขึ้น

เสียงระเบิดดังก้องออกมา ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนและเสียงเห่าหอน ขณะที่สุนัขป่าชิงมู่พัวพันกับสุนัขป่าผีดิบ ในเวลาเดียวกันนั้น ต้าเหมาและมังกรวารีก็ต่อสู้กันไปมาอย่างดุร้าย เนื่องจากความแข็งแกร่งและพลังชีวิตอันมากมายอย่างน่าเหลือเชื่อของต้าเหมา จึงไม่สำคัญว่ามังกรวารีจะอยู่ที่ระดับเจ็ดหรือไม่ มันก็ไม่อาจจะสร้างรอยขีดข่วนให้กับต้าเหมาได้แม้แต่น้อย

อันที่จริง มันกำลังล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในที่สุด ต้าเหมาก็คิดว่าพอกันที มันส่งเสียงคำรามอย่างน่ากลัวออกมา และเริ่มสั่นไปทั้งร่าง เพียงชั่วพริบตา ร่างของมันก็ขยายขนาดจนยาวกว่าสิบจ้าง ดูเหมือนกับเป็นภูเขาสีขาวลูกน้อยๆ กระจายกลิ่นอายอย่างไร้ที่สิ้นสุดออกมา ทันใดนั้น มันก็ส่งแรงกดดันอันมหาศาลลงไปบนมังกรวารี

กลิ่นอายของต้าเหมากระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ทำให้เกิดเป็นสายลมอันรุนแรงสีขาวพัดขึ้นไปจนถึงสวรรค์ ตามมาด้วยปฐพีสั่นสะเทือนกึกก้อง ต้าเหมาพุ่งตรงไปยังมังกรวารี กระแทกเข้าไปที่ร่างมัน ทำให้มังกรวารีส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา ร่างกายมันถูกทำลายจนเริ่มพังทลายลงไป และกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง เขี้ยวของต้าเหมาฝังแน่นไปบนศีรษะของมังกรวารี และมันก็ฉีกกระชากศีรษะนั้นออกมาพร้อมกับส่งเสียงเห่าหอน

เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังเต็มไปทั่วในอากาศ ขณะที่สุนัขป่าชิงมู่โจมตีไปอย่างไม่ลดละ เพียงไม่นานฝูงสุนัขป่าผีดิบทั้งหมดก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ

จิตใจของกลุ่มคนเผ่าอูต๋าลอยฟูฟ่องขึ้นในทันที อูเฉินกำหมัดจนแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

แต่กลับกัน ใบหน้าของเด็กหนุ่มจากเผ่าอูปิง รวมถึงใบหน้าของผู้ติดตามทั้งสองของมัน เปลี่ยนเป็นซีดขาวราวคนตายในทันที โดยไม่ต้องขบคิด พวกมันถอยไปด้านหลัง สูดลมหายใจอย่างหนักหน่วง ความไม่อยากจะเชื่อเต็มอยู่ในดวงตาของศิษย์คนที่สามของกู่ลา

“นั่นคือ…ระดับแปด…ราชาสุนัขป่าระดับแปด!”

ในตอนนี้เอง ที่ลำแสงสีดำปรากฎขึ้นจากด้านข้างที่อยู่ห่างไกลออกไป มันพุ่งตรงมายังต้าเหมา และจากนั้นก็กลายเป็นค้างคาวสีดำอันน่าตกใจ รวมถึงค้างคาวชิงมู่อื่นๆ อีกกลุ่มใหญ่

ฝูงอสรพิษชิงมู่ก็ปรากฎขึ้นเช่นเดียวกัน ส่งเสียงดังซี่ๆ ขณะที่พวกมันโผล่ออกมาจากผืนป่า

“นั่นคือ…นั่นคือราชาค้างคาว!!” เด็กหนุ่มกล่าว สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ขณะที่มันถอยไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง มันจะคาดคิดได้อย่างไรว่า จะมาตอแยกับฝูงสัตว์ปีศาจเช่นนี้?

“ไม่สำคัญว่ามีราชาสัตว์ปีศาจถึงสองตัวหรือไม่! เมื่อพวกเจ้าได้มาพบกับข้าในวันนี้ ชีวิตของพวกเจ้าก็กลายเป็นของข้าแล้วในตอนนี้!” เด็กหนุ่มกล่าวผ่านร่องฟัน ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างดุร้าย ขณะที่มันตบไปที่ถุงสมบัติ หยิบเอาก้อนเนื้อสีดำออกมา

ทันทีที่ก้อนเนื้อปรากฎขึ้น เสียงกระหึ่มอย่างน่าตกใจก็ดังออกมาจากผืนป่าที่อยู่รอบๆ มัน เป็นเสียงคำรามที่ราวกับว่าจะสามารถฉีกสวรรค์ออกเป็นชิ้นๆ ได้

“เนื้อ…”

97 thoughts on “ตอนที่ 413 : เนื้อ…

  1. แค่คิดว่ากู่ต้าซือ บินมาแล้วเจอตอนี้ก็ฮาละ…

    Like

  2. โถ่ พี่เมิ่งงงงจะได้เจอเด็กในสังกัดแล้ว 5555.
    ขอบพระคุณท่านฮุยเฉินมากครับ

    Like

  3. ค้างงงง..พี่เมิ่งออกมาไม่กล้าเจ๋อแบบนี้อีกแน่ กู่ลาก็คง(ซวย)เช่นกัน

    Like

  4. เมิ่งฮ่าวกระแอมไอแห้งๆ เป็นตัวประกอบมีอะไรก็รีบๆใช้มาเพราะจะไม่มีบทแล้ว

    Like

  5. ลูกศิษย์ของกู่ลา คนนี้ ท่าทางเข้าสำนักไหน เจ้าสำนักตายเรียบแน่ ๆ

    Like

  6. กู่ลาได้จ่ายค่าชดเชยให้พี่เมิ่งแน่นอน ไม่ต้องห่วง…

    Like

  7. กูล่ามาถึงแล้วเจอพี่เมิ่งเมื่อไหร่ เจ้าศิษย์คนที่สามอนาคตของเผ่าน่าจะกลายเป็นศิษย์อกตัญญูทันทีlol

    Like

  8. เนื้อออกมา เดี๋ยวยักษ์เถื่อนก็ออกมา กูล่ามาถึง เมิ่งอ่าวออกมาจบตอน ขอบคุณครับ

    Like

  9. กำดันเรียกยักษ์พี่เมิ่งมาอีก…ซวยซ้ำซ้อนจริงๆ

    Like

  10. กุลานี่เป็นซือหลงไร้ชีวิตแน่เลย พี่เมิ่งต้องอยากศึกษากุลาตาอแน่เลย

    Like

  11. มาแค่เนื้อ… คือแบบแค่เนื้อ… แล้วจบเนี่ยนะ ทรมานกันเกินไปแล้วว

    Like

  12. กูล่าโดนพี่เมิ่งจับไเ้แล้วว่าแอบมุบมิบ
    จะเป็นอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป

    Like

  13. นิยายที่มีเรื่องขำๆ ให้ได้สลับฉากตลอดเลย
    รอเวลา………
    Thanks

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s