ตอนที่ 409 : ข้ายังไม่เคยลองแบบนี้มาก่อน!


เส้นใยของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์มากมาย ทันใดนั้น ก็พุ่งขึ้นมาจากภายในเผ่าอูเหยียน พวกมันรวมตัวเข้าด้วยกันในกลางอากาศ เพื่อสังเกตดูเผ่าอูต๋า “สำหรับภาพศักดิ์สิทธิ์ต้นชิงมู่ที่มาปรากฎขึ้นในเผ่าอูต๋าเช่นนั้น ก็หมายความว่า…มีใครบางคนกำลังสร้างภาพศักดิ์สิทธิ์วิญญาณแรกก่อตั้งขึ้นมา?”

เช่นเดียวกับภาพที่เผ่าอื่นๆ ได้เห็น เผ่าอูปิงดูเหมือนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ห้าลำแสงพุ่งตรงไปยังเผ่าอูต๋า

ถึงแม้ว่าทั้งห้าเผ่าจะเชื่อมโยงกันด้วยสายโลหิต แต่ก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ระหว่างพวกมัน ซึ่งยากที่จะลบล้างไปได้ ขณะที่มันเกิดขึ้น เผ่าอูปิงได้เกลียดชังเผ่าอูต๋ามากกว่าเผ่าใดๆ ทั้งหมด

ลำแสงห้าสายจากเผ่าอูปิงส่งเสียงแหลมเล็กแหวกฝ่าอากาศ ขณะที่พวกมันพุ่งตรงไปยังเผ่าอูต๋า เมื่อพวกมันเข้าไปใกล้ ก่อนที่จะมองเห็นได้ชัดเจน แสงของเกราะป้องกันขนาดใหญ่ ฉับพลันนั้นก็ปรากฎขึ้นจากภายในเผ่าอูต๋า ปกคลุมไปทั่วทั้งเผ่า ป้องกันคนของเผ่าอูปิงไม่ให้เข้าไป

เสียงอันน่าเกรงขามของหัวหน้าเผ่าอูต๋าดังก้องขึ้น “เผ่าอูต๋ากำลังยุ่งอยู่ในตอนนี้ ไม่อนุญาตให้เผ่าอื่นๆ ผ่านเข้ามา ใครก็ตามที่ล่วงละเมิด…ก็จะไม่มีความเมตตาปราณีใดๆ”

คนของเผ่าอูปิงที่อยู่ด้านนอกเกราะป้องกันสบตากันไปมา พวกมันไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากหัวเราะอย่างเย็นชา การพุ่งผ่านเกราะป้องกันเข้าไปไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

เมิ่งฮ่าวทราบดีถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ด้านนอก แต่เขาก็ใช้พลังทั้งหมดไปกับการสร้างตราประทับภาพศักดิ์สิทธิ์และจัดการต้นชิงมู่ที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งกำลังค่อยๆ เล็กลงไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็มีความสูงเพียงแค่หนึ่งจ้าง ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือน และท้องฟ้าที่ด้านบน สายฟ้าจู่ๆ ก็ปรากฎขึ้น เต้นระริกไปมา พลังชีวิตที่กระจายออกไป ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าที่ด้านในลานบ้านรอบๆ เมิ่งฮ่าวเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

อันที่จริง มันไม่เพียงแต่จะมีผลต่อต้นไม้ใบหญ้าบนภูเขาเท่านั้น ที่เขตด้านหน้าของเผ่าอูต๋า และผืนป่าที่อยู่รอบๆ พวกมันทั้งหมดก็มีผลกระทบด้วยเช่นกัน ต้นไม้ใบหญ้าทุกที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เผ่าอื่นๆ มีความตกตะลึงมากขึ้นกว่าเดิม ก้อนเมฆสีดำม้วนตัวไปมาที่ด้านบน และเสียงแผดร้องคำรามก็เริ่มดังก้องออกมาภายในผืนป่า สัตว์ปีศาจที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตนี้ และกำลังเริ่มรู้สึกอยากได้

ในตอนนี้เองที่ฉับพลันนั้น เสียงกระหึ่มราวเสียงฟ้าฟาด ก็ดังออกมาจนสวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน “เทียนฟาง! (เทียบเท่าสวรรค์)”

ใบหน้าของคนเผ่าอูปิง ทันใดนั้นก็เปลี่ยนไป โดยไม่ลังเล พวกมันพุ่งถอยไปด้านหลัง สีหน้าเต็มไปด้วยความละโมบ

ที่เกราะป้องกันอีกด้าน ใบหน้าของหัวหน้าเผ่าอูต๋าจู่ๆ ก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวาย มันมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งมีก้อนเมฆสีดำมารวมตัวกัน ลอยตรงมายังพวกมันอย่างรวดเร็ว

“บัดซบ, สัตว์อสูรเทียมสวรรค์เคยได้รับบาดเจ็บจากอีกาศักดิ์สิทธิ์เมื่อครึ่งปีก่อน แต่มันก็ไม่ได้จากไปจริงๆ มันแอบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้มาตลอดเวลา!! แม้ว่าพวกเราจะรวมพลังกับอีกสี่เผ่า เพื่ออัญเชิญบรรพบุรุษอีกาศักดิ์สิทธิ์ พวกเราก็ไม่มีทางจะต่อสู้กับสัตว์อสูรเทียมสวรรค์นี้ได้!”

“รอยสักภาพศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งต้าซือ ได้บรรลุถึงระดับอันน่าเหลือเชื่อ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วบรรพบุรุษชิงมู่ได้ประทานแก่นแท้บางส่วนของท่านให้?!?!”

ผู้แข็งแกร่งทั้งสี่ของเผ่าอูต๋า ซึ่งลอยอยู่ที่นั่นกลางอากาศต่างก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง

ผู้เฒ่าของเผ่ามองขึ้นไปยังกลุ่มเมฆสีดำที่ใกล้เข้ามา และกล่าวว่า “ท่านหัวหน้าเผ่า ถ้าสัตว์อสูรเทียมสวรรค์มาที่นี่เพื่อเสาะหาผู้ติดตามแซ่เมิ่งนี้ พวกเราก็ไม่อาจจะต่อสู้กับมันได้ ถ้าจะให้ดีที่สุดก็คือส่งมอบมันไป จะได้ผ่อนหนัก…”

ก่อนที่มันจะทันได้พูดจบ หัวหน้าเผ่าผมขาวก็ขัดมันด้วยเสียงแค่นเย็นชา

“อย่าได้พูดจาเช่นนี้ออกมาอีก คนผู้นี้ถูกเลือกโดยบรรพบุรุษชิงมู่ ถ้าพวกเราไม่อาจจะปกป้องมันไว้ได้ แล้วพวกเราจะไปเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษได้อย่างไร? เผ่าอูต๋าของพวกเราอาจจะไม่ถูกจัดอันดับเป็นเผ่าอันยิ่งใหญ่ แต่พวกเราก็รักษาคำมั่นสัญญา ข้าได้พูดไปแล้วว่าพวกเราจะให้การคุ้มกัน ถึงแม้พวกเราไม่อาจจะต้านทานไว้ได้ แต่ข้าก็จะไม่กลับคำอย่างแน่นอน! ปลดปล่อยค่ายกลเวทเกราะป้องกันภูเขาอย่างเต็มกำลัง!”

หัวหน้าเผ่าโบกสะบัดแขนเสื้อ ทำให้ลำแสงสีเขียวพุ่งตรงไปยังยอดเขา ภูเขาสั่นสะเทือนขณะที่ลำแสงสีเขียวพุ่งขึ้นไปรวมกับเกราะป้องกันในตอนนี้ แสงพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในท้องฟ้า ก่อตัวเป็นภาพของต้นไม้ที่ใหญ่โตมโหฬาร!

เผ่าอูต๋าตั้งอยู่ภายในต้นไม้นี้ ซึ่งได้ปกป้องทั่วทั้งเผ่าจากสิ่งอื่นๆ ที่ด้านนอก

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวซีดขาว เขาไม่เคยคาดคิดว่าการสร้างตราประทับภาพศักดิ์สิทธิ์ต้นชิงมู่จะยากเย็นแสนเข็ญเช่นนี้ ต้นชิงมู่ที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้มีความสูงประมาณหนึ่งจ้าง แต่ทุกครั้งที่เมิ่งฮ่าวโคจรพื้นฐานฝึกตน มันก็หดตัวลงเพียงแค่หนึ่งชุ่นเท่านั้น

“เมื่อมันกลายเป็นตราประทับภาพศักดิ์สิทธิ์ จะมีขนาดใหญ่สุดแค่หนึ่งชุ่น…” เมิ่งฮ่าวไม่ได้เชี่ยวชาญมากนักเมื่อมันกลายเป็นภาพศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาก็รู้เรื่องพื้นฐานทั้งหมด ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แสงสีทองกระจายออกมาจากร่าง และเขาก็ชี้นิ้วลงไปบนพื้น ฉับพลันนั้นก็ใช้วิชาประทับความเที่ยงธรรม ระลอกคลื่นที่มองไม่เห็นลอยขึ้นมาจากพื้นดินรอบๆ บริเวณนั้น ขณะที่เส้นใยของปราณอสูรพุ่งขึ้นมา พวกมันหลอมรวมเข้ากับเมิ่งฮ่าว ช่วยสร้างตราประทับของต้นชิงมู่

ครึ่งจ้าง, น้อยกว่าครึ่งจ้าง…ในที่สุดก็สูงแค่สามฉื่อ (1 ฉื่อ = 1 ฟุต), สองฉื่อ…เมิ่งฮ่าวส่งเสียงคำราม ตามด้วยโลหิตที่พุ่งออกมาจำนวนหนึ่ง เป็นโลหิตที่ประกอบด้วยปราณอสูร และทันทีที่มันสาดพรมไปบนต้นชิงมู่ ต้นไม้ก็สั่นสะท้าน จากนั้นก็หดตัวลงไปจนมีขนาดหนึ่งฉื่อ

เมิ่งฮ่าวหอบหายใจ และความดื้อรั้นก็สาดประกายอยู่ในแววตา ในตอนนี้เองที่เกราะป้องกันของเผ่าอูต๋าสั่นไปมา ภายใต้พลังของการระเบิดอันยิ่งใหญ่ เกิดเป็นเสียงกระหึ่มกึกก้องดังเต็มอยู่ในอากาศ เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปเห็นก้อนเมฆสีดำกระแทกลงมาบนเกราะป้องกัน

เสียงคำรามดังก้องออกมาจากภายในก้อนเมฆสีดำ “เทียนฟาง!”

สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน ขณะที่ระลอกคลื่นกระจายออกไป เสียงแตกร้าวได้ยินมา ขณะที่ก้อนเมฆสีดำกระแทกลงไปบนเกราะป้องกันอีกครั้ง

หัวหน้าเผ่า, ผู้เฒ่าสูงสุดและผู้เฒ่าของเผ่าต่างก็มองไปด้วยความตกตะลึง ร่างพวกมันสั่นสะท้าน และกระอักโลหิตออกมา พวกมันเป็นผู้ที่ส่งมอบพลังให้กับเกราะป้องกัน และต้องรับผลกระทบใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นกับเกราะป้องกันนี้

ทันใดนั้น แรงกดดันอย่างน่ากลัวของขั้นตัดวิญญาณ ก็กระจายออกมาจากภายในก้อนเมฆสีดำ นี่เป็นพลังที่น่ากลัวของสัตว์อสูรเทียมสวรรค์!

ต้องใช้เวลาอธิบาย แต่ก้อนเมฆสีดำก็เคลื่อนที่มาด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะที่พวกมันปะทะกันอีกครั้ง เสียงกระหึ่มกึกก้องขนาดใหญ่ดังเต็มอยู่ในอากาศ เสียงแตกร้าวเปลี่ยนเป็นเสียงดังก้องของระเบิด ขณะที่เกราะป้องกันรูปร่างต้นไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งก่อตัวขึ้นมาจากค่ายกลเวทป้องกันของเผ่าอูต๋าแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ขณะที่เวทป้องกันหายไป หัวหน้าเผ่าและผู้เฒ่าอื่นๆ ต่างก็กระอักโลหิตออกมา และถอยไปด้านหลังด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน ใบหน้าบิดเบี้ยวจนดูน่าเกลียด

ก้อนเมฆสีดำลอยอยู่กลางอากาศพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ขณะที่มันพุ่งตรงมา มองเห็นเป็นดวงตาสีแดงเจิดจ้าอยู่ภายใน ซึ่งเต็มไปด้วยความโลภและบ้าคลั่ง เมื่อมันพุ่งผ่านอากาศลงมา ก้อนเมฆสีดำก็แตกกระจายออกไป เผยให้เห็นเป็นสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ที่ร่างกายปกคลุมเต็มไปด้วยขนอันหนาแน่น

มันเหมือนกับเป็นลูกทรงกลมขนาดยักษ์ ที่เต็มไปด้วยขนอันยาวแน่นหนา ขณะที่มันพุ่งตรงมา เส้นขนก็สะบัดพริ้วอยู่ในสายลม คล้ายกับเป็นหางของมัน ภาพทั้งหมดนี้ทำให้สัตว์อสูรเทียมสวรรค์ดูคล้ายกับเป็นดาวตกที่มีขนยาวๆ

เพียงมองแค่แวบแรก ก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครสามารถไปขวางกั้นของสิ่งนี้ได้ หัวหน้าเผ่าและคนอื่นๆ ได้แต่มองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ขณะที่สัตว์อสูรเทียมสวรรค์ปรากฎขึ้น ผู้แข็งแกร่งจากเผ่าอื่นๆ มองเห็นภาพที่เกิดขึ้นนี้ เห็นได้ชัดว่ากำลังมีความยินดีต่อภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นของเผ่าอูต๋า

ในเวลาเดียวกันนั้น ร่างเมิ่งฮ่าวก็เปล่งประกายสีทองออกมา ต้นชิงมู่ที่เบื้องหน้าเขามีความสูงแค่ครึ่งฉื่อ ขณะที่สัตว์อสูรเทียมสวรรค์เข้ามาใกล้ เมิ่งฮ่าวก็ยกนิ้วขึ้นมา รวบรวมปราณอสูรที่มองไม่เห็นในบริเวณนั้น และกดลงไปบนต้นชิงมู่

“เล็กลงไป!” เขาแผดร้องออกมา ปราณอสูรอันเข้มข้นระเบิดออกมาพร้อมแรงกดดันอย่างน่าตกใจ เพียงชั่วพริบตา ต้นชิงมู่ก็หดตัวลงไปจนมีขนาดหนึ่งชุ่น ในตอนนี้เองที่สัตว์อสูรเทียมสวรรค์ส่งเสียงร้องคำรามอย่างน่ากลัวออกมา ต้นชิงมู่พุ่งตรงไปยังหน้าผากเมิ่งฮ่าว ประทับเข้าไปในตัวเขาอย่างฉับพลัน

ภาพศักดิ์สิทธิ์ธาตุไม้! สีแรกของห้าธาตุ, ต้นไม้สีเขียว!

ทันทีที่ตราประทับก่อตัวขึ้น พื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าวก็เริ่มโคจรหมุนเวียน ทันใดนั้นมันก็แผ่ขยายออกไปจนกระทั่งอยู่ห่างจากขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งเพียงแค่เส้นผม…พลังชีวิตของเขายืดขยายออกไปอย่างน่ากลัว อันที่จริง มันขยายไปจนถึงจุดที่เมิ่งฮ่าวเคยสูญเสียพลังชีวิตจากอาการบาดเจ็บในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ก็ฟื้นฟูกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ ที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นก็คือ พลังชีวิตของเมิ่งฮ่าวอยู่ในระดับที่สูงจนน่าเหลือเชื่อ ซึ่งทำให้ไม่สำคัญว่าเขาจะมีอายุมากแค่ไหนนับจากนี้ไป เขาก็จะมีรูปร่างหน้าตาเฉกเช่นตอนนี้ตลอดไป

พลังชีวิตอันน่ากลัวเช่นนี้ ยังทำให้วิชาเวทของเมิ่งฮ่าวแข็งแกร่งมากกว่าก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน

“นี่พิสูจน์ให้เห็นว่า การเลือกเดินไปบนเส้นทางของห้าธาตุของข้าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เส้นทางนี้ทำให้ข้าสามารถใช้วิธีการอื่นเพื่อสร้างวิญญาณแรกก่อตั้งห้าสีสมบูรณ์แบบซึ่งเป็นของ…เมิ่งฮ่าวเพียงผู้เดียว!”

เมิ่งฮ่าวหันหน้าไป ยกมือขึ้น พลังภาพศักดิ์สิทธิ์แวบขึ้น ขณะที่ดักแด้ไร้ตาปรากฎขึ้น เส้นไหมชั้นแล้วชั้นเล่า ฉับพลันนั้นก็เริ่มหมุนไปรอบๆ ร่างเขา ก่อตัวเป็นเกราะป้องกันที่มีความกว้างประมาณหนึ่งจ้าง

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือน ขณะที่สัตว์อสูรเทียมสวรรค์กระแทกลงมา เมิ่งฮ่าวกระเด็นไปด้านหลัง โลหิตกระจายออกมาจากปาก เขามองขึ้นไปยังสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ ซึ่งลอยอยู่เบื้องหน้าในกลางอากาศ ดวงตามันเบิกกว้าง มีท่าทางตกตะลึงเมื่อพบว่า พลังการโจมตีของมันไม่อาจจะทำให้เกราะป้องกันที่สร้างขึ้นมาจากเส้นไหมแตกกระจายออกไปได้

ลางสังหรณ์อันเลวร้ายปรากฎขึ้นในดวงตาของมัน มันสัมผัสได้ถึงพลังที่แตกต่างกันสองชนิดในร่างเมิ่งฮ่าว เป็นพลังที่น่าตกใจยิ่ง แต่พลังชีวิตที่กระจายออกมาจากตราประทับต้นชิงมู่บนหน้าผากเมิ่งฮ่าวก็ประกอบไปด้วยพลังการรักษา ซึ่งทำให้ความโลภพุ่งขึ้นมาจากภายในจิตใจของมัน

ยิ่งไปกว่านั้น ปราณอสูรบนร่างเมิ่งฮ่าวก็กำลังพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง ดวงตามันเริ่มเปล่งแสงสีแดง และมันก็ส่งเสียงแผดร้องขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวอีกครั้ง

เมิ่งฮ่าวพุ่งถอยไปด้านหลัง ขณะที่ทำเช่นนั้น เขาก็สังเกตเห็นถึงเส้นขนที่ดกหนาซึ่งปกคลุมไปทั่วร่างของสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ ฉับพลันนั้น ดวงตาเขาก็สาดประกาย

ต่อมา เขาก็ส่งเสียงตะโกนที่ดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง กวาดผ่านเข้าไปในผืนป่าของภูเขาที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น “นกแก้ว, มีสัตว์ขนดกอยู่ที่นี่ เจ้ายังไม่เคยลองมันมาก่อนอย่างแน่นอน!!!”

เกือบจะในทันทีที่เสียงของเขาดังก้องออกไป เสียงเต้นแร้งเต้นกาก็ได้ยินมา เสียงนี้ทำให้สัตว์อสูรเทียมสวรรค์จู่ๆ ก็หยุดนิ่ง ท่าทางระมัดระวังตัวปรากฎขึ้นในแววตาของมัน ขณะที่ลำแสงหลากสีพุ่งตรงมาจากที่ห่างไกลออกไป เคลื่อนที่มาด้วยความรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน

ภายในลำแสงหลากสีนั้น ดวงตานกแก้วส่องแสงเจิดจ้าออกมา และร่างของมันก็สั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น ความสงสัยปกคลุมใบหน้าของมัน ขณะที่มองไปยังขนอันดกหนาบนร่างของสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ ตัวมันสั่นระริกด้วยความมุ่งหวัง

“ข้ายังไม่เคยลองแบบนี้มาก่อน ข้าไม่เคยจริงๆ! อา…อู่เหยียมีความสุขจริงๆ!” นกแก้วดูเหมือนแทบจะคลุ้มคลั่ง มันระเบิดพลังทั้งหมดออกมา ขณะที่พุ่งตรงไปยังสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ซึ่งมีท่าทางหวาดกลัวและระมัดระวังตัว

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าแปลกๆ พุ่งถอยออกไป หยุดเคลื่อนที่ขณะที่มองไปยังนกแก้วที่ใกล้เข้ามา ทันใดนั้น เขาก็ถอนหายใจอยู่ภายใน

“ดูเหมือนว่าการที่สามารถกระทำได้ตามใจตัวเอง จริงๆ แล้วก็สามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้อย่างสูงสุด มันไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า สัตว์อสูรเทียมสวรรค์นี้มีพลังพื้นฐานฝึกตนเทียบเท่ากับตัดวิญญาณ…”

141 thoughts on “ตอนที่ 409 : ข้ายังไม่เคยลองแบบนี้มาก่อน!

  1. พออ่านมาถึงสัตว์ขนดกในใจก็คิดว่า”เอาแล้ว”
    พอเฮียเรียกนกแก้วมาจริงๆถึงกับลั่น55555

    Like

  2. ตอนพี่เมิ่ง สังเกตุเรื่องขน #ภาพนกแก้วลอยมาเลย เราคิดเหมือนกันซินะ 555555

    Liked by 1 person

  3. พลังชีวิตของเฮียเมิ่งสูงจนน่ากลัว
    ถึงขนาดไม่ต้องใส่ใจเรื่องอายุ
    และเฮียจะหน้าเด็กต่อไปโดยไม่ต้องร้อยไหม
    ฮี่ฮี่ฮี่ ^+++++^

    คิดถึงปู่ห้าอู่เหยี่ยกับซานเหยี่ยผีโต้งมากเบย
    ในที่สุดก็ได้เวลา(ป่วน)แผลงฤทธิ์แล้ว

    Like

  4. เย้ๆ อู่เหยียมาแล้ว เชื่อมั่นในอู่เหยียมีชีวิตนิรันดิ์

    Like

  5. อืมมมมมม พี่เมิ่งจะหล่อถาวร หล่อเป็นหนุ่มพันปี หมื่นปีหรือครับ
    สุดยอด ขอบคุณครับ

    Like

  6. เชื่อมั่นในอู่เหยีย อู่เหยียแหร่งยิ่งกว่าตัดวิญญาณ555

    Like

  7. Thank you. หลายๆ เด้อออ ทีมงานทุกๆท่าน สนุกมากครับ สู้ๆ น่ะครับ เป็นกำลังใจให้น๊าาาา

    Like

  8. อูเหยียมาทันเวลา
    ตัวช่วยชั้นยอดจริง
    แบบนี้ผีโต้งตกกระป๋อง
    ไม่ค้างเลยครับ
    เตรียมตัวอ่านตอนต่อไป
    ขอบคุณครับ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s