ตอนที่ 396 : เม็ดยาบำรุงปีศาจที่แท้จริง!


ฮู่วววววว!!

เสียงใหม่ได้ยินมาจากภายในผืนป่าที่ยืดขยายออกไปไร้จุดสิ้นสุดของเทือกเขา เมื่อเสียงคำรามนี้ดังลอยมา ก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังที่สามารถฉีกกระชากทุกสิ่งทุกอย่าง ให้กลายเป็นชิ้นๆ ได้อย่างง่ายดาย

เป็นเสียงที่เหมือนกับสายฟ้าสองสายกระแทกเข้าหากัน ซึ่งจากนั้นก็รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นเสียงกู่ร้องที่ดังกระหึ่มกึกก้อง

“ฟางเทียน! (เทียบเท่าสวรรค์)” เป็นเสียงที่เหมือนกับเสียงนับไม่ถ้วนดังขึ้นมาพร้อมกัน แต่สิ่งที่แปลกมากที่สุดก็คือ ใครก็ตามที่ได้ยินเสียงนี้ต่างก็สามารถบอกได้ว่า นี่ไม่ใช่เสียงคำรามของผู้ฝึกตน ไม่ใช่…นี่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์!

ทันทีที่เสียงนี้ปรากฎขึ้น มันก็ดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง ทำให้เสียงอื่นๆ ทั้งหมด ภายในภูเขาและผืนป่าหยุดลงไปในฉับพลัน

จิตใจของกลุ่มคนทั้งห้าชนเผ่าสั่นสะท้านขึ้นมาในทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจในทันใด

“นั่นคือ…”

“นั่นก็คือสัตว์อสูรเทียมสวรรค์! เป็นสัตว์อสูรที่มีเสียงคำรามของเซียนอมตะ!!”

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า สัตว์อสูรเทียมสวรรค์พร้อมกับเสียงคำรามของเซียน จะมีอยู่ในพื้นที่แห่งนี้! ตอนที่มันถือกำเนิด ก็เป็นสัตว์อสูรระดับเจ็ด หลังจากที่เติบโตขึ้นก็อยู่ที่ระดับสิบเอ็ด! มันถูกประทับตราโดยมนุษย์ หรือจริงๆ แล้วมันเป็นอสูรที่ยิ่งใหญ่กันแน่?”

ในทะเลทรายตะวันตก ถ้าสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ถูกประทับตราและถูกผนึกโดยมนุษย์ มันก็จะกลายเป็นสัตว์ปีศาจ ซึ่งไม่ใช่อสูรผู้ยิ่งใหญ่!

ขณะที่กลุ่มคนทั้งห้าเผ่าของอีกาศักดิ์สิทธิ์ ต่างก็พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ สัตว์ปีศจระดับสูงต่างก็ตัวสั่นสะท้าน เสียงคำรามเมื่อครู่นี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพลังให้กับเสียงแผดร้องของพวกมันเท่านั้น มันยังเป็นความต้องการที่จะประกาศตัวกับสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ว่า อาณาเขตแถบนี้เป็นของพวกมัน!

ฉับพลันนั้น พื้นดินก็เริ่มสั่นและสะเทือนอย่างรุนแรง มีบางสิ่งที่คล้ายกับยักษ์กำลังวิ่งผ่านผืนป่ามา ท่ามกลางความตกใจของกลุ่มคนทั้งห้าเผ่า ผู้คนเริ่มใช้วิชาเวทลับเฉพาะ เพื่อมองดูว่ามีอะไรกำลังเกิดขึ้นในเขตภูเขารอบๆ พวกมัน ภายในภูเขาที่ขรุขระมีสัตว์อสูรมากมายราวกับทะเล กำลังพุ่งตรงมายังพวกมันอย่างคลุ้มคลั่ง

สัตว์อสูรเหล่านั้นมีอยู่หลายระดับที่แตกต่างกัน และดวงตาของพวกมันทุกตัวต่างก็เป็นสีแดง และเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งขณะที่วิ่งเข้ามา สูงขึ้นไปในท้องฟ้าเป็นสัตว์ที่บินได้แปลกๆ จำนวนมากมาย พวกมันส่งเสียงแผดร้องแหลมเล็กด้วยเช่นกัน เมื่อดูจากที่ห่างไกล ก็เหมือนกับว่าคลื่นขนาดใหญ่ของฝูงสัตว์อสูรกำลังประดังตรงเข้ามายังห้าชนเผ่าจากทั่วทุกทิศทาง

พวกมันเต็มอยู่ในท้องฟ้าและกระจายไปทั่วบนพื้นดิน โดยมีเผ่าทั้งห้าเป็นจุดศูนย์กลาง เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังพุ่งเข้ามาเพื่อจะบดขยี้เผ่าทั้งห้าให้แหลกละเอียดไป

สำหรับชนเผ่าทั้งห้า นี่เป็นมหันตภัยอันร้ายแรงของพวกมัน จู่ๆ ก็มีภัยพิบัติเช่นนี้พุ่งขึ้นมา ทำให้พวกมันไม่มีแม้แต่เวลาที่จะแสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมา

ระลอกคลื่นกระจายออกไปในอากาศ ขณะที่สัตว์อสูรที่บินได้ส่งเสียงคำราม เกิดเป็นเสียงที่คล้ายเสียงฟ้าร้องดังก้องออกมา สะกดข่มทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นลงไป

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าออกสิบห้าครั้ง!

เมิ่งฮ่าวรับรู้ได้ถึงพื้นดินที่กำลังสั่นสะเทือน และได้ยินเสียงแผดร้องคำรามจากด้านนอก รวมถึงเสียงของสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ทำให้เขามีเวลาเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

เขาส่ายหน้าคิดอยู่ในใจ “ข้าไม่เคยคิดเลยว่า การรวมปราณอสูรเข้ากับเม็ดยาบำรุงปีศาจ จะทำให้เกิดภาพที่น่าตกใจขึ้น ยาเม็ดนี้…ทำให้สัตว์ปีศาจทุกตัวต้องคลุ้มคลั่ง” พร้อมกับรอยยิ้มอันขมขื่น เขามองไปยังห้าสุนัขป่าตัวน้อย ซึ่งกำลังพยายามจะทำลายประตูไม้เพื่อมาหาเขาอย่างบ้าคลั่ง เสียงแตกหักทันใดนั้นก็ดังออกมา ขณะที่พวกมันทำได้สำเร็จ

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย เมื่อเขาโบกสะบัดมือขวา เม็ดยาพุ่งตรงไปยังบ้านไม้ของสุนัข ห้าสุนัขป่าตัวน้อยส่งเสียงแผดร้องอย่างดุร้ายออกมา ขณะที่พวกมันพุ่งเข้ามา ไม่กี่วันมานี้พวกมันได้เล่นด้วยกันอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ก็ไม่มีความรักใดๆ หลงเหลืออยู่ พวกมันตะปบข่วนกัดซึ่งกันและกันอย่างรุนแรงขณะที่วิ่งมา

ในตอนนี้เองที่สุนัขป่าชิงมู่ตัวน้อยที่มีรอยบากสีขาวอยู่บนศีรษะ ได้กระจายพลังดุร้ายออกมาอย่างเต็มที่ มันตะปบไปที่สุนัขป่าตัวน้อยตัวอื่นๆ และจากนั้นก็กลายเป็นลำแสงสีเขียวพุ่งตรงมา งับเม็ดยากลืนลงไปอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่มันทำเช่นนั้น กลุ่มฝูงสัตว์ปีศาจที่ด้านนอกของทั้งห้าเผ่าก็เริ่มส่งเสียงแผดร้องด้วยความโศกเศร้าออกมา กลุ่มเมฆสีดำพลุ่งพล่านไปมาอยู่ในท้องฟ้า และจากนั้นก็พุ่งลงมาในทันที ขณะที่เป็นเช่นนั้น เสียงคำรามของสัตว์อสูรเทียมสวรรค์ก็ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือน

ผู้ฝึกตนทั้งหมดของเผ่าทั้งห้ามีใบหน้าซีดขาว นั่นเป็นเพราะว่า…

ที่ตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของทั้งห้าชนเผ่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกมัน เป็นที่ตั้งดั้งเดิมของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ฉับพลันนั้นลำแสงก็พุ่งขึ้นไปในท้องฟ้าที่มืดมิดจากทั่วทุกที่!

มันเป็นลำแสงห้าสี ซึ่งกระจายไปปกคลุมทั่วทั้งห้าชนเผ่า จากภายในลำแสงนั้นมองเห็นเป็นอีกาสีดำ

อีกาเงยหน้าขึ้นส่งเสียงร้องแหลมเล็ก ที่คล้ายกับเสียงพายุพัดอย่างรุนแรงออกมา ระลอกคลื่นกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นผุยผงได้อย่างง่ายดาย

ขณะที่ระลอกคลื่นพลุ่งพล่านปั่นป่วนออกมา ต้นไม้ขนาดใหญ่ในผืนป่าก็ถูกถอนขึ้นมาทั้งราก พื้นดินสั่นกระเพื่อมไปมา ศิลาขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาจากพื้น ราวกับว่ามีลมพายุอันทรงพลังพุ่งขึ้นมาอยู่รอบๆ เผ่าทั้งห้า

มันกลายเป็นกระแสน้ำวนที่กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างรวดเร็ว

เมิ่งฮ่าวกำลังอ้าปากค้าง ขณะที่เขามองออกไปยังตำแหน่งที่เคยเป็นเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ และดวงตาก็เปล่งประกายเจิดจ้า

ในตอนนี้ เขาไม่ได้รู้สึกกังวลอีกต่อไป เม็ดยาที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายได้หายไปแล้ว ทันทีที่สุนัขป่าตัวน้อยได้กลืนมันลงไป เมิ่งฮ่าวรู้สึกได้ถึงปราณอสูรที่มีอยู่ ดังนั้นเขาจึงคิดว่านี่จึงเป็นสาเหตุของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้

เห็นได้ชัดว่า ปราณอสูรได้ถูกดูดซับเข้าไปโดยสุนัขป่าตัวน้อยที่มีรอยบากสีขาว ซึ่งตอนนี้กำลังนอนหมดสติอยู่

ถึงแม้จะหมดสติไป แต่พลังชีวิตของมันก็กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างน่าตกใจยิ่ง

ความปั่นป่วนวุ่นวายที่ด้านนอกปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้มีเพียงสิ่งเดียวที่มองเห็นได้ก็คือแสงทั้งห้าสี ภาพที่เห็นนี้ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องคิดย้อนไปถึงทัณฑ์สวรรค์ห้าสีของเขา

เมื่อสองวันก่อน เมิ่งฮ่าวได้มาถึงเผ่าอูต๋า เขาได้ส่งนกแก้วและผีโต้งออกไป ยากที่จะบอกได้ว่าพวกมันไปอยู่ที่ภูเขารอบๆ บริเวณนี้ลูกไหน

เมื่อคิดว่าพวกมันกำลังตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวายนี้ ก็ทำให้เมิ่งฮ่าวรู้สึกกังวลขึ้นเล็กน้อย แต่หลังจากที่คิดไปถึงความแปลกประหลาดของนกแก้ว และผีโต้งที่ไม่อาจจะถูกทำลายไปได้ เขาก็ตระหนักว่าไม่จำเป็นต้องกังวลมากไป

“แม้สถานที่แห่งนี้จะถูกทำลายลงไปทั้งหมด พวกมันก็ยังคงอยู่ดีมีสุขกัน” เมิ่งฮ่าวแน่ใจได้ถึงสิ่งนี้

ความวุ่นวายนี้คงอยู่ต่อเนื่องเกือบหนึ่งชั่วยาม เมื่อมันเริ่มซาลงไป ผืนป่ามากมายที่อยู่รอบๆ ก็หายไป มองเห็นซากศพของสัตว์ปีศาจมากมายกระจายไปทั่ว แต่ไม่เห็นสัตว์อสูรเทียมสวรรค์แล้ว

อีกาหายไป และแสงห้าสีก็จางหายไป นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งฮ่าวได้เห็นภาพศักดิ์สิทธิ์และพลังอันลึกลับอย่างแท้จริง ของผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตก

กลุ่มคนทั้งห้าเผ่าค่อยๆ กระจายออกไปรอบๆ ตามบริเวณพื้นที่ของพวกมัน เพื่อเก็บรวบรวมซากของสัตว์ปีศาจ

สำหรับเขตที่เลี้ยงสัตว์ปีศาจ ได้ถูกค้นหาหลายครั้งโดยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ

เมิ่งฮ่าวก็ถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน แต่ของวิเศษของปรมาจารย์ร่างมายาหลีเทียน ก็ถูกพิสูจน์ว่าสามารถใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีใครสังเกตได้ถึงสิ่งผิดปกติใดๆ ที่เกี่ยวกับเมิ่งฮ่าวได้เลยแม้แต่น้อย

สำหรับเผ่าทั้งห้า การที่พวกมันสามารถหลีกเลี่ยงภัยพิบัติมาได้อย่างหวุดหวิด ก็หมายความว่าการตรวจค้นอย่างง่ายๆ ไม่อาจจะค้นพบความเป็นจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ความลับนี้ยังคงมีอยู่จนกระทั่งถึงเดือนหน้า เมื่อไหร่ที่เมิ่งฮ่าวออกมาเพื่อเข้าไปในภูเขา เขาก็จะถูกตั้งคำถาม

อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านไปหนึ่งเดือน ก็ไม่มีร่องรอยใดๆ ให้ถูกค้นพบ ผู้คนค่อยๆ เริ่มสรุปว่าสิ่งแปลกๆ ที่ทำให้สัตว์ปีศาจเกิดความสนใจ และทำให้เกิดคลื่นของสัตว์อสูรนั้น ไม่มีใครรู้ว่าคืออะไรอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้ทั้งห้าชนเผ่าต่างก็สงสัยว่าแต่ละฝ่ายเป็นคนทำ

ในช่วงหนึ่งเดือนนี้ เมิ่งฮ่าวได้เพ่งสมาธิไปที่การดูแลสุนัขป่าชิงมู่ตัวน้อย เขาผสมเนื้อเข้ากับเม็ดยาบำรุงปีศาจ ทำให้สุนัขป่าตัวน้อยเริ่มเติบโตและแข็งแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมิ่งฮ่าวก็ระมัดระวังควบคุมการเจริญเติบโตของพวกมันไว้ ไม่ให้เติบโตอย่างรวดเร็วมากเกินไป

สำหรับสุนัขป่าตัวน้อยที่กลืนเม็ดยาปราณอสูรเข้าไป ภายนอกเขามองไม่เห็นความแตกต่างใดๆ แต่ตอนนี้มันมีความดุร้ายมากขึ้น และดวงตาก็สาดประกายด้วยแสงอันเย็นเยียบ ดูเหมือนมันจะกระหายเลือดมากขึ้นกว่าเดิม และเห็นได้ชัดว่าสุนัขป่าตัวน้อยตัวอื่นๆ ต่างก็เคารพนับถือมัน แค่มันส่งเสียงคำรามออกมา สุนัขป่าตัวน้อยตัวอื่นๆ ก็เริ่มสั่นสะท้าน

การเปลี่ยนแปลงของมันเริ่มประจักษ์ชัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมิ่งฮ่าวก็ไม่ได้ทำสิ่งใดๆ เพื่อสะกดมันลง ด้วยการเป็นผู้ผนึกอสูรรุ่นที่เก้า ความสามารถของเมิ่งฮ่าวที่เกี่ยวข้องกับปราณอสูร ไม่มีใครสามารถเทียบเปรียบได้

หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป การตรวจสอบทั้งหมด ทั้งทางลับและเปิดเผยต่างก็ถูกยกเลิกไป ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าว เริ่มกลับมาเงียบสงบขึ้นอีกครั้ง และเขาก็เริ่มใช้วิธีการของตัวเองเพื่อเลี้ยงสัตว์ปีศาจ

เวลาผ่านไป ในที่สุด เมิ่งฮ่าวก็อยู่ในเผ่าอูต๋าได้ห้าเดือนแล้ว

ตอนนี้ เขานั่งขัดสมาธิอยู่ในลานบ้าน ทันใดนั้น เสียงเห่าขู่คำรามก็ดังเต็มสองหู และเขาก็ลืมตาขึ้น ในลานบ้านแห่งนี้ หนึ่งในสุนัขป่าชิงมู่กำลังเผชิญหน้ากับอีกสี่ตัว มันดูค่อนข้างจะผ่ายผอมและอ่อนแอ แต่ในเสียงเห่าขู่คำรามนั้น ก็ทำให้สุนัขป่าชิงมู่ที่เหลือตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

“ต้าเหมา (เจ้าขนอันดับหนึ่ง)” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ ทันทีที่เสียงดังออกมาจากปาก สุนัขป่าชิงมู่ที่ดูท่าทางอ่อนแอ ก็หันหน้ามามองยังเมิ่งฮ่าว บนหน้าผากของมัน มีรอยบากสีขาวที่มองเห็นได้ชัดเจน

เมื่อมันมองมายังเมิ่งฮ่าว ความเย็นชาในดวงตาก็หายไป และเปลี่ยนเป็นความฉลาดอย่างมีเสน่ห์ มันกลายเป็นแสงสีเขียว พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวราวกับสายฟ้า มานอนอยู่ข้างกายเขา แลบลิ้นออกมาเลียขาเมิ่งฮ่าว คล้ายกับอ๋าวเฉี่ยนที่เคยทำเช่นนี้มาก่อน

“เอ้อร์เหมา, ซานเหมา, ซื่อเหมา, อู่เหมา พวกเจ้าทั้งหมดก็มาด้วย” เมิ่งฮ่าวกล่าวพร้อมกับหัวเราะ สุนัขป่าชิงมู่อีกสี่ตัว วิ่งเหยาะๆ มาด้วยความระมัดระวังตัว

สุนัขป่าชิงมู่ของเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ ไม่ได้ถูกเรียกว่าตัวน้อยอีกต่อไป แต่ละตัวมีความยาวเกือบหนึ่งจ้าง และดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาพวกมันเปล่งประกายด้วยความโหดเหี้ยมออกมา ร่างกายพวกมันปกคลุมไปด้วยเส้นขนสีเขียว การเคลื่อนไหวของพวกมันก็รวดเร็วราวกับสายฟ้า และมีท่าทางเลือดเย็นเป็นอย่างมาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพวกมันดูเหมือนจะมีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

พวกมันไม่ได้เป็นสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งอีกแล้ว แต่เป็นระดับสอง แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่พวกมันก็แข็งแกร่งเพียงพอที่จะสังหารสัตว์ปีศาจระดับสามลงได้ และแม้แต่ระดับสี่พวกมันก็สามารถต่อสู้ด้วยได้

ที่น่าตกใจมากที่สุดก็คือต้าเหมา ถึงแม้มันจะดูผ่ายผอมและอ่อนแอ และอยู่เพียงแค่ระดับสอง แต่จริงๆ แล้ว มันมีความแข็งแกร่งมากกว่าสุนัขป่าชิงมู่ที่อยู่ระดับสี่มากนัก มันสามารถจัดการศัตรูของมันได้อย่างง่ายดาย ถ้าเมิ่งฮ่าวไม่หยุดมันไว้ มันก็จะสังหารศัตรูเหล่านั้นไป

ยกเว้นจากเรื่องความวุ่นวายในตอนแรกแล้ว เมิ่งฮ่าวไม่ได้สร้างปัญหาใดๆ ให้กับเผ่าอูต๋าอีกเลย เขาไม่ค่อยได้ติดต่อกับคนอื่นๆ มากเท่าใด และน้อยคนมากถ้าไม่ใช่อูไห่แล้ว ก็ไม่มีใครมายุ่งกับเขา

สำหรับอูไห่ มันได้ยอมรับนับถือเมิ่งฮ่าวโดยสิ้นเชิง และมักจะมาขอคำปรึกษาเขาอยู่เป็นประจำ แต่ละครั้ง มันก็จากไปพร้อมกับความรู้สึกที่รู้แจ้ง อย่างช้าๆ ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองก็ค่อยๆ เริ่มก่อตัวขึ้น

อูไห่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว เมิ่งฮ่าวใช้วิธีอะไรมาเลี้ยงดูสุนัขป่าชิงมู่ แต่ก็สามารถมองเห็นว่า พวกมันมีความแตกต่างไปจากสุนัขป่าชิงมู่ธรรมดาทั่วไป มันไม่เข้าใจ แต่ในสายตาของมันก็รู้สึกว่าน่ามหัศจรรย์ใจนัก และยิ่งทำให้มันรู้สึกนับถือเมิ่งฮ่าวมากขึ้น

———-

เอ้อร์เหมา (เจ้าขนอันดับสอง) , ซานเหมา (เจ้าขนอันดับสาม), ซื่อเหมา (เจ้าขนอันดับสี่), อู่เหมา (เจ้าขนอันดับห้า)

72 thoughts on “ตอนที่ 396 : เม็ดยาบำรุงปีศาจที่แท้จริง!

  1. เป็นกรตั้งชื่อที่คลาสิกมาก อิอิ ทำไมพออ่านชื่อแบบจีนมันดูเท่มากเลยน่ะ แต่พอแปลไทยเท่านั้นแหละ เหมือนเจ้า1 เจ้า 2 เลย อิอิ ขอบคุณครับ

    Like

  2. ตอนอ่าน eng แอบแปลชื่อว่าเจ้าขนปุยหมายเลข…
    น่ารักกินสินะ

    Like

  3. พี่เม่งได้อิทธิพลการตั้งชื่อมาจากอู่เหยียนกับพี่โต้งก็บอก 5555555 ขอบคุณผู้แปลมากค่ะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s