ตอนที่ 367 : เมิ่งเสี่ยวเอ๋อร์, เจ้ากล้าต่อสู้กับข้าหรือไม่?!


สามเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานั้น เมืองเซิ่งเสวี่ยวุ่นวายกับการระดมกำลังคนเพื่อเตรียมตัวในด้านต่างๆ ในเวลาเดียวกันนั้น เหตุการณ์ที่วิกฤติร้ายแรงต่างๆ ก็เกิดขึ้นในดินแดนสีดำ นามของจิ่วเหมิง (เก้าสหพันธ์) ยังคงมีอยู่ แต่ในความเป็นจริง มันไม่ได้คงอยู่มานานแล้ว นอกจากเมืองเซิ่งเสวี่ยแล้ว ยังคงมีเพียงแค่เมืองเดียวที่หลงเหลืออยู่ก็คือเมืองหลัวเฉิง

เมืองหลัวเฉิงยังคงอยู่รอดได้ ก็เนื่องมาจากปรมาจารย์ขั้นตัดวิญญาณ รวมถึงโชคของพวกมัน ยิ่งไปกว่านั้น เมืองนี้ยังประกอบไปด้วยผู้ฝึกตนเกือบหนึ่งแสนคน เนื่องจากจำนวนที่มากมายเช่นนี้ โม่ถู่กง (ราชวังดินแดนสีดำ) จึงได้มุ่งเน้นความพยายามของพวกมันเกือบทั้งหมดไปยังที่นั่น ปล่อยเมืองเซิ่งเสวี่ยไว้ชั่วคราว

แน่นอนว่า ยังมีเรื่องมากมายที่ต้องทำกับเมืองเซิ่งเสวี่ยด้วยเช่นกัน เมื่อพิจารณาถึงภูมิประเทศที่ตั้งอยู่อย่างห่างไกล และมีหิมะปกคลุมอยู่ในบริเวณนั้นชั่วนาตาปี

ในตอนนี้จิ่วเหมิงเพียงประกอบด้วยเมืองเซิ่งเสวี่ย และเมืองหลัวเฉิงเท่านั้น เมืองอื่นๆ ถูกทำลายไป หรือไม่ก็อพยพหลบหนีไปหมดแล้ว ตอนนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ในดินแดนสีดำเป็นของโม่ถู่กง

จริงๆ แล้วยังมีพื้นที่ส่วนที่สามในดินแดนสีดำที่เป็นอุปสรรคสำหรับโม่ถู่กง เป็นสถานที่ซึ่งเคยรู้จักกันในนามเมืองตงลั่ว แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นวิหารจินกวงไปแล้ว

วิหารจินกวงมีชื่อเสียงอยู่ในดินแดนสีดำตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมานี้ มีสมาชิกถึงห้าพันคน พร้อมด้วยค่ายกลเวทที่น่ากลัว ทำให้ตอนนี้โม่ถู่กงไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยอมล่าถอย และปล่อยวิหารจินกวงให้คงอยู่ต่อไปในสถานที่แห่งนั้น

สำหรับปรมาจารย์จินกวงผู้ลึกลับ ก็ยิ่งทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังมากขึ้นในดินแดนสีดำ และมีตำนานเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับปรมาจารย์จินกวง

ในตอนท้ายของสามเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ในดินแดนสีดำก็เปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน ในตอนนี้เองที่กลุ่มผู้ฝึกตนของโม่ถู่กงได้ปรากฎขึ้นที่ด้านนอกเมืองเซิ่งเสวี่ยอีกครั้ง ติดตามมาด้วยผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตก กองกำลังทั้งหมดประกอบด้วยผู้ฝึกตนนับพัน และสัตว์อสูรมากกว่าสามหมื่นตัว

นี่ไม่ใช่การหยั่งเชิงอีกต่อไป แต่เป็นสงครามที่เต็มรูปแบบ พื้นที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยรถศึกที่ขับเคลื่อนไปด้วยพลังเวท จนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน รถศึกเต็มไปด้วยหอกอันแหลมคม และเปล่งแสงอันแปลกประหลาดออกมา ดูเหมือนจะเป็นการบอกว่า พวกมันสามารถระเบิดพลังเวทอย่างน่าตกใจออกมาได้

สำหรับสัตว์อสูรดุร้ายที่มากกว่าสามหมื่นตัว พวกมันกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นดิน และปกคลุมอยู่ในท้องฟ้าทั่วทุกทิศทาง

ท่ามกลางผู้ฝึกตนทั้งหลาย ผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตนอ่อนแอมากที่สุดที่มองเห็นได้ก็คือขั้นพื้นฐานลมปราณ สำหรับขั้นสร้างแกนลมปราณ มีอยู่คร่าวๆ ประมาณห้าร้อยคนในกองกำลังนั้น

ด้วยพลังอันมหาศาลเช่นนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ทั่วทั้งดินแดนสีดำตื่นตกใจ แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ไม่ได้มีผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งเพียงแค่คนเดียว แต่มีถึงสี่!

เห็นได้ชัดว่า ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งสี่มาที่นั่นเพื่อจัดการกับสี่ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหานเสวี่ย ซึ่งมีอยู่สองคนมาจากโม่ถู่กง และสวมใส่หน้ากากสีเงิน ขณะที่อีกสองคนมาจากทะเลทรายตะวันตก

เกราะป้องกันปรากฎขึ้นรอบๆ เมืองเซิ่งเสวี่ย ค่ายกลที่ดูคล้ายกับเป็นแผ่นผืนของหิมะกำลังส่งเสียงกระหึ่มออกมา ยังมีวัตถุที่มีรูปร่างคล้ายดวงดาวขนาดใหญ่สิบดวง กำลังหมุนวนไปมาอยู่ในท้องฟ้าเหนือเมือง กระจายเส้นใยพลังจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วนออกมา

ภายในเมือง มีผู้ฝึกตนมากกว่าหนึ่งพันคน รวมทั้งสมาชิกของตระกูลหานเสวี่ย เป็นจำนวนที่แตกต่างกันอย่างมากมาย เมือเปรียบเทียบกับกองกำลังที่ด้านนอก ขุมกำลังของเมืองเซิ่งเสวี่ยถูกแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม โดยมีหน้าที่หลักก็คือปกป้องกำแพงเมือง

กองกำลังผู้ฝึกตนในเมืองต่างก็มีความเคร่งเครียด รู้สึกกังวลใจ แต่ก็ไม่มีใครยอมหลบหนีจากไป สี่ผู้อาวุโสสูงสุดแยกกันไปในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกันของเมือง ใบหน้าพวกมันก็เต็มไปด้วยความกังวลใจเช่นเดียวกัน

เมิ่งฮ่าวออกไปจากลานบ้าน และเดินทางไปยังกำแพงเมืองด้านหนึ่ง มองออกไปยังกองกำลังศัตรูที่เป็นเงาทะมึนมากมาย เขาเคยเห็นการทำสงครามขนาดใหญ่มาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มองเห็นในฐานะผู้เข้าร่วม

เมื่อกลายเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ของผู้ฝึกตนเช่นนี้ พลังของเมิ่งฮ่าวถึงแม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะมั่นใจว่าจะชนะหรือพ่ายแพ้ มีเพียงคนที่อยู่ในขั้นตัดวิญญาณเท่านั้นที่จะสามารถทำได้เช่นนั้น

สงครามใกล้จะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ!

ทันใดนั้น เสียงโหยหวนของหลอดเขาสงครามก็ได้ยินมา ดังก้องอยู่ในอากาศ ทันทีที่มันดังขึ้น กลุ่มสัตว์อสูรจำนวนมากมายที่กำลังบินอยู่ในอากาศ รวมถึงสัตว์ปีศาจบนพื้นดินก็ส่งเสียงแผดร้องและพุ่งเข้ามา

พวกมันเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ฝึกตนนับพัน และรถศึก เริ่มเปิดฉากโจมตีเมืองเซิ่งเสวี่ย

“เม็ดยาทะเลสายฟ้า!” ผู้อาวุโสอันดับแรกตระกูลหานเสวี่ยร้องออกมา เสียงระเบิดดังก้องอยู่ในอากาศ และทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดสลัวลง เกิดการต่อสู้อย่างวุ่นวายรอบๆ เมืองเซิ่งเสวี่ย จนดูราวกับว่ามันกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ทันทีที่คำพูดของมันดังก้องออกไป ยาสี่เม็ดก็ถูกโยนออกไปจากในเมือง หนึ่งเม็ดถูกงับโดยมังกรวารีในทันที ทันใดนั้นร่างของมันก็เริ่มสั่นสะท้าน และเสียงระเบิดก็ดังกึกก้องเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่มังกรวารีระเบิดออกกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากภายในโลหิตและชิ้นเนื้อของมัน มีสายฟ้าจำนวนมากมายพุ่งออกมา

พวกมันกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง เพื่อก่อตัวเป็นทะเลสายฟ้าขนาดใหญ่มหึมา มีความกว้างถึงหนึ่งร้อยจ้าง

สัตว์อสูรที่กำลังบินอยู่ตัวไหนก็ตามที่สัมผัสกับทะเลสายฟ้า ก็จะเริ่มส่งเสียงแผดร้องโหยหวนออกมาในทันที ขณะที่พวกมันถูกหั่นออกเป็นชิ้นๆ!

เม็ดยาทะเลสายฟ้าสามเม็ดที่ตกลงมาบนพื้น ก็ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ทันใดนั้น ทะเลสายฟ้ากว้างขนาดหนึ่งร้อยจ้างก็ระเบิดออก สัตว์ปีศาจและผู้ฝึกตนก็ส่งเสียงแผดร้องโหยหวนออกมาเหมือนกัน ขณะที่พวกมันถูกสายฟ้าฉีกออกเป็นชิ้นๆ

ในเวลาเดียวกันนั้น กลุ่มเมฆสีดำก็ปรากฎขึ้นในท้องฟ้าด้านบน สายฟ้าอันเจิดจ้ามากมายปะทุออกมา กระแทกลงไปบนพื้นดินมากขึ้น

เม็ดยาทะเลสายฟ้าทั้งสี่เม็ดอันน่าตกใจนี้ จริงๆ แล้วก็เกินกว่าสิ่งที่เมิ่งฮ่าวได้คาดการณ์ไว้ เขาปรุงเม็ดยาทั้งสี่นี้เมื่อสามเดือนก่อน และส่งมอบให้กับตระกูลหานเสวี่ย

ในความเห็นของเขา เม็ดยาน่าจะสร้างเป็นทะเลสายฟ้าได้เพียงแค่ไม่กี่สิบจ้าง เพียงไม่นานเขาก็เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะว่าพื้นที่ในบริเวณนี้ถูกปกคลุมไปด้วยพายุหิมะอยู่ตลอดเวลา พื้นดินที่จับตัวจนกลายเป็นน้ำแข็ง และสายลมที่พัดหวีดหวิว จริงๆ แล้วก็เป็นค่ายกลเวทอันพิเศษเฉพาะของเมืองเซิ่งเสวี่ย พวกมันช่วยขยายประสิทธิภาพของเม็ดยาทะเลสายฟ้า ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

“การขยายนี้ก็มีข้อจำกัดของมัน” เมิ่งฮ่าวคิด “การใช้มันมากเกินไปก็จะทำให้ค่ายกลเวทพังทลายลง”

เสียงตะโกนร้องด้วยความยินดีได้ยินไปทั่วทั้งเมือง

“เมิ่งต้าซือช่างน่ามหัศจรรย์นัก!!”

“นั่นเป็นเม็ดยาเวทที่ถูกปรุงขึ้นมาโดยเมิ่งต้าซือ ช่างมีพลังอย่างคาดไม่ถึงนัก! มันทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือนเลยทีเดียว!”

“เมิ่งต้าซือ!!”

เสียงร้องตะโกนลอยออกไปยังด้านนอกกำแพงเมือง ติดตามไปด้วยกลุ่มผู้ฝึกตน ขณะที่พวกมันบินออกไป หนึ่งในวัตถุที่มีรูปร่างเหมือนดวงดาวที่ลอยอยู่เหนือเมืองก็ลอยออกไปด้วยเช่นกัน กรีดเฉือนลงไปในร่างผู้ฝึกตนจากโม่ถู่กง ฉีกกระชากพวกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

พื้นดินสั่นสะเทือนขณะที่ความตายปกคลุมไปทั่วทั้งสนามรบ เสียงระเบิดกระจายออกไป ติดตามด้วยเสียงแผดร้องแหลมเล็กอย่างน่ากลัว หยดโลหิตพร่างพรมลงมาราวกับหยาดพิรุณ จากตำแหน่งที่เขายืนอยู่บนกำแพงเมือง เมิ่งฮ่าวมองสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ด้วยจิตใจที่เต้นรัว

แสงอาคมกระจายออกมาจากรถศึก กระแทกเข้าไปในเกราะป้องกันของเมือง น้ำแข็งที่อยู่บนพื้นเริ่มแตกร้าว และท้องฟ้าก็ดูเหมือนกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ในเวลานี้เองที่ผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตกบินขึ้นไปในอากาศ เป็นผู้ที่อยู่ในขั้นสุดท้ายสร้างแกนลมปราณ และมีรอยสักภาพศักดิ์สิทธิ์อยู่บนร่างสามภาพ หนึ่งเป็นมังกรวารี, อีกหนึ่งเป็นภาพวิญญาณภูเขา และภาพที่สามเป็นแม่น้ำอันยิ่งใหญ่ ขณะที่มันบินขึ้นลอยอยู่ในอากาศ ก็ถือศีรษะที่ถูกตัดออกมาอยู่ในมือ โลหิตไหลหยดหยาดลงมา มันมองตรงมาที่เมืองและส่งเสียงหัวเราะดังก้อง

“เมิ่งต้าซือ, เจ้าผายลมสุนัข กล้าที่จะออกมาต่อสู้กับข้าหรือไม่!?!?” ด้านหลังมัน มังกรวารีปรากฎขึ้น ส่งเสียงคำรามออกมาขณะที่มันบินขึ้นไปในท้องฟ้า ต่อจากมังกรวารีก็เป็นวิญญาณภูเขาขนาดใหญ่มหึมา แสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยมมาที่เมือง ใต้เท้าของผู้ฝึกตนที่ดูแข็งแรงผู้นั้น มีแม่น้ำขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น

“ข้าคือถ่าหลัว ผู้ฝึกตนสามภาพศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าซื่อ (หนาม) ทะเลทรายตะวันตก ข้าขอท้าประลองกับเมิ่งต้าซือแห่งเมืองเซิ่งเสวียตัวต่อตัว! เจ้ากล้าต่อสู้กับข้าหรือไม่? อย่าบอกข้านะว่ามีเพียงสิ่งเดียวที่เจ้าทำได้ก็คือการปรุงยา!? เมิ่งเสี่ยวเอ๋อร์ (เด็กน้อยเมิ่ง) เจ้ากล้าต่อสู้กับข้าหรือไม่?! เจ้านักปรุงยาหน้าโง่! สิ่งที่เจ้าสามารถทำได้ก็คือการปรุงยาอยู่ในห้องมืดๆ เท่านั้น? เจ้ากล้าที่จะมาต่อสู้กับข้าในที่เปิดเผยหรือไม่!?”

ขณะที่คำพูดของมันดังก้องออกมา เมิ่งฮ่าวยืนอยู่บนกำแพงเมือง สีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ขณะที่เขามองออกไปยังผู้ฝึกตนที่กำลังตะโกนอยู่นั้น และมองไปยังภาพศักดิ์สิทธิ์ของมัน

“ภาพศักดิ์สิทธิ์วิญญาณภูเขา” เมิ่งฮ่าวคิด “มันดูคล้ายกับภูเขาและวิญญาณ ข้าต้องศึกษามันให้ได้” ทันใดนั้น ดวงตาก็สาดประกายขึ้น ขณะที่เขามองขึ้นไปในท้องฟ้า

ด้านข้างเขา ผู้อาวุโสอันดับสาม ซึ่งเป็นหญิงชรานางนั้นขมวดคิ้ว

“มันเพียงแค่พยายามจะหาเรื่องท่าน” นางกล่าว “เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเพียงกลยุทธ์อันต่ำต้อย เมิ่งต้าซือ, ท่าน…” ก่อนที่นางจะพูดจบ ร่างเมิ่งฮ่าวก็แวบขึ้น และเขาก็พุ่งออกไปจากกำแพงเมือง

ใบหน้าหญิงชราเปลี่ยนไป และนางก็พุ่งขึ้นไปในอากาศเพื่อติดตามเขาไป ขณะที่นางทำเช่นนั้น หนึ่งในผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งหน้ากากเงินจากโม่ถู่กงก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างดุร้าย และจากนั้นก็หายตัวไป เมือมันปรากฎตัวขึ้นใหม่ ก็มาอยู่ตรงเบื้องหน้าหญิงชรา ขวางกั้นนางไว้

ผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตก ซึ่งถือศีรษะที่ถูกตัดออกมาอยู่ในมือลอยตัวอยู่ที่นั่น มองเมิ่งฮ่าวที่ใกล้เข้ามา หัวเราะเสียงดัง มันกำมือขวา ทำให้ศีรษะที่ถูกตัดมานั้นระเบิดออก เลือดเนื้อเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างมัน ด้วยรอยยิ้มที่โหดเหี้ยม มันพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

คนทั้งสองเข้ามาใกล้กันอย่างรวดเร็ว กลายเป็นจุดสนใจของผู้ฝึกตนในสนามรบทั้งสองฝ่าย กลุ่มคนจากเมืองเซิ่งเสวี่ยทั้งหมดวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และผู้อาวุโสสูงสุดอีกสามคนก็พยายามจะบินมาช่วย แต่ก็ถูกปิดกั้นโดยผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งจากโม่ถู่กง และทะเลตะวันตก

“เมิ่งเสี่ยวเอ๋อร์, ข้าจะช่วยให้เจ้าเข้าใจว่าผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตกสังหารผู้คนได้อย่างไร!” พลังของบุรุษร่างกำยำสูงใหญ่ ซึ่งมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่ขั้นสุดท้ายสร้างแกนลมปราณระเบิดออกมาอย่างน่าตกใจ มังกรวารีที่ด้านหลังมันส่งเสียงคำราม, วิญญาณภูเขากระจายความดุร้ายออกมา และแม่น้ำสายใหญ่ก็ส่งเสียงแหลมเล็กไปทั่วในอากาศ ทั้งหมดนี้ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

บุรุษผู้นั้นเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่า มันสามารถสังหารศัตรูได้อย่างแน่นอน เมื่อไหร่ที่เมิ่งต้าซือผู้นี้มาต่อสู้กับมัน ก็คงใช้เวลาแค่หนึ่งหรือสองอึดใจ เขาก็ต้องตายอย่างแน่นอน

“เมื่อไหร่ที่มันโผล่ออกมาจากกำแพงเมือง ชะตากรรมของมันก็จะถูกกำหนดไว้แล้ว!” ผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตกคิด ยิ้มอย่างโหดเหี้ยมออกมา เพียงชั่วพริบตา คนทั้งสองก็ห่างกันประมาณสิบจ้าง สีหน้าเมิ่งฮ่าวยังคงนิ่งเรียบเหมือนทุกครั้ง แต่ทันใดนั้นโลหิตก็กระจายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว จู่ๆ เขาก็หายตัวไป นี่ก็คือวิชาระเบิดโลหิตชั่วพริบตา ซึ่งทันใดนั้นก็ทำให้เขามาอยู่เบื้องหน้าผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตกที่กำลังยิ้มอยู่ในทันที

ดวงตาของมันเบิกโพลง และโดยไม่ต้องขบคิดใดๆ มันเคลื่อนที่ถอยไปด้านหลังในทันใด แต่มือเมิ่งฮ่าวก็พุ่งออกมาราวกับสายฟ้า จับเสื้อผ้าของมันไว้ จากนั้นก็ยกมันขึ้นไปเหนือศีรษะ เขาเคลื่อนไหวอย่างราบลื่น ราวกับว่าได้ฝึกฝนมามากมายหลายครั้งแล้ว

นี่เป็นการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาด และทุกคนที่มองมาก็อ้าปากค้าง

ตอนที่เมิ่งฮ่าวคว้าจับผู้ฝึกตนทะเลทรายที่ตกใจผู้นั้นไว้และยกมันขึ้น สายฟ้าทันใดนั้นก็ปรากฎขึ้นในท้องฟ้า เป็นสายฟ้าที่แปลกพิเศษเฉพาะที่ดูแตกต่างไปจากสายฟ้าธรรมดาทั่วไป

นี่เป็นเพราะว่า มันไม่ใช่สายฟ้าธรรมดา นี่ก็คือสายฟ้าลงทัณฑ์!

พวกที่มองดูอยู่ไม่มีใครจะมีโอกาสได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมา ทัณฑ์สวรรค์ก็ฟาดลงมาบนร่างของผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตกทันที มังกรวารีส่งเสียงแผดร้องขณะที่มันแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ วิญญาณภูเขาพังทลายลง และแม่น้ำก็ระเบิดออก ผู้ฝึกตนทะเลทรายตะวันตกไม่มีแม้แต่เวลาที่จะแผดร้อง ทัณฑ์สวรรค์กระแทกลงมาบนร่างมัน เปลี่ยนให้กลายเป็น…สีดำโดยสิ้นเชิง

มันตกตายไปในทันที!!

มันไม่ใช่เมิ่งฮ่าว ที่สามารถต้านทานสายฟ้าเช่นนั้นได้ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย เห็นได้ชัดว่า บุรุษผู้นี้ไม่ใช่เครื่องมือของวิธีการต่อต้านสายฟ้าต่างๆ เหล่านั้น และก็ถูกสังหารไป

“แย่มากสำหรับภาพศักดิ์สิทธิ์วิญญาณภูเขา” เมิ่งฮ่าวกล่าว ส่ายหน้า ปล่อยมือทิ้งซากศพให้ตกลงไป ทุกคนที่มองมาต่างก็ตกตะลึง ขณะที่เมิ่งฮ่าวใช้วิชาระเบิดโลหิตชั่วพริบตา กลับเข้าไปที่กำแพงเมืองด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s